Key Takeaways
ขายไฟคืนการไฟฟ้า คือ โครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่อนุญาตให้บ้านอยู่อาศัยซึ่งติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ นำกระแสไฟฟ้าที่ผลิตเกินความต้องการในช่วงกลางวัน ส่งกลับเข้าสายส่งเพื่อขายไฟคืนการไฟฟ้า โดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จะรับซื้อในรูปแบบของการหักลบกลบหนี้กับบิลค่าไฟในเดือนถัดไป อัตรารับซื้อปัจจุบันอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลาสัญญา 10 ปี โครงการนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีกำลังการผลิตสูงกว่าการใช้งานจริง ซึ่งขั้นตอนการขอขายไฟการไฟฟ้านั้นเริ่มต้นตั้งแต่การตรวจสอบความจุหม้อแปลง การเตรียมเอกสารทางวิศวกรรม ไปจนถึงการเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ดิจิทัลแบบ 2 ทาง เพื่อเปลี่ยนพลังงานที่สูญเปล่าให้กลายเป็นการลดต้นทุนรายเดือนอย่างยั่งยืน
แสงแดดจัดตอนเที่ยงวันควรจะเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดของการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แต่สำหรับบ้านที่สมาชิกทุกคนออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือตั้งแต่เช้า ช่วงเวลาดังกล่าวกลับกลายเป็นนาทีขาดผลประโยชน์ เพราะเป็นจังหวะที่แผงโซลาร์เซลล์ผลิตกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด ในขณะที่ปริมาณการใช้ไฟในบ้านต่ำสุด ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าส่วนเกินไม่ถูกนำมาใช้ โดยที่เจ้าของบ้านไม่ได้รับผลประหยัดใด ๆ
ดังนั้น หากสามารถเปลี่ยนไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินการใช้งานในตอนกลางวัน ให้กลับมาเป็นตัวเลขหักลบในบิลค่าไฟเดือนถัดไปได้ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเงื่อนไขการขายไฟคืนการไฟฟ้าปี 2569 กันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างคุ้มค่า
ขายไฟฟ้าคืนคืออะไร ? เปลี่ยนจาก “ผู้ซื้อ” เป็น “ผู้ผลิต” ไฟฟ้า
การขายไฟฟ้าคืน คือ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งระบบ Solar Rooftop สามารถส่งกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการใช้ในตอนกลางวันไหลย้อนกลับเข้าไปในระบบสายส่งของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อขายไฟให้การไฟฟ้าฯ ได้
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ไม่ได้เป็นการจ่ายเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคารทุกเดือน แต่จะใช้วิธีที่เรียกว่า “Net Billing” หรือการนำยอดเงินประเมินที่ขายไฟได้ ไปหักลบกับค่าไฟฟ้าที่บ้านหลังนั้นต้องจ่ายในเดือนปัจจุบัน หากเดือนไหนระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟขายได้มูลค่ามากกว่าไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้าฯ ยอดเงินที่ขายได้จะเป็นการโอนเข้าบัญชีของผู้ที่ทำสัญญา
อัปเดตปี 2569 ขายไฟให้การไฟฟ้าได้กี่บาท และมีเงื่อนไขอย่างไร ?
ตามประกาศของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย มีการกำหนดเกณฑ์ราคารับซื้อและเงื่อนไขพิกัดกำลังการผลิตไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
- อัตรารับซื้อไฟฟ้า : 2.20 บาท ต่อหน่วย (kWh)
- ระยะเวลาสัญญา : รับซื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี
- พิกัดกำลังการผลิตสูงสุดที่อนุญาตให้ติดตั้งและเสนอขาย :
- ขนาดการติดตั้งสูงสุด ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) รวมกันได้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์พีก (kWp)
- ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขาย ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อหนึ่งมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า
ข้อควรรู้ : อัตราค่าไฟฟ้าที่ภาคประชาชนซื้อจากรัฐในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.70 – 5.00 บาทต่อหน่วย ในขณะที่รัฐรับซื้อคืนในราคาเพียง 2.20 บาทต่อหน่วย ดังนั้น หลักการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่คุ้มค่าที่สุด จึงยังคงเป็นการผลิตเพื่อใช้เองให้หมดก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการทำเรื่องขายกระแสไฟคืน ควรถูกมองว่าเป็นเพียงผลพลอยได้เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าส่วนเกินสูญเปล่าเท่านั้น
เปรียบเทียบบ้านแบบไหน “คุ้ม” หรือ “ไม่คุ้ม” ที่จะทำเรื่องขายไฟให้การไฟฟ้าฯ
การดำเนินการด้านเอกสารเพื่อขออนุญาตมีขั้นตอนและค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกบ้านที่ติดโซลาร์เซลล์แล้วจะคุ้มค่ากับการทำเรื่องขายไฟเสมอไป สามารถเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้ไฟได้ดังตารางต่อไปนี้
| ลักษณะพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า | คุ้มค่าที่จะทำเรื่องขายไฟ | ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องขายไฟ |
|---|---|---|
| พฤติกรรมช่วงกลางวัน | บ้านที่มีการใช้ไฟในช่วงกลางวันน้อย ไฟที่ผลิตได้จากโซลาร์เหลือเกินกว่าที่ใช้ | การผลิตไฟจากโซลาร์ไม่เหลือ มีการใช้งานแบบพอดี |
| ช่วงเวลาใช้ไฟหลัก | เน้นเปิดเครื่องปรับอากาศและใช้ไฟตอนกลางคืนเป็นหลัก | โฮมออฟฟิศ หรือคาเฟ่ ที่ใช้ไฟหนักในช่วงกลางวัน |
| การใช้ไฟพื้นฐาน (Base Load) | ติดแผงขนาด 3-5kWp ขึ้นไป แต่กลางวันมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าน้อย | ไฟฟ้าที่แผงผลิตได้ ถูกเครื่องใช้ไฟฟ้าดึงไปใช้จนหมดแบบเรียลไทม์ |

6 ขั้นตอนการขอขายไฟการไฟฟ้าฯ ฉบับเข้าใจง่าย
เพื่อให้การขอขายไฟเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถสรุปขั้นตอนของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ดังนี้
1. เตรียมเอกสารสำคัญ
รวบรวมสำเนาบิลค่าไฟฟ้า บัตรประชาชนเจ้าของมิเตอร์ ทะเบียนบ้าน แบบแผนผังระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram) ที่รับรองโดยวิศวกร กว. รวมถึง Datasheet ของแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์
2. ยื่นคำขอออนไลน์
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ยื่นผ่านระบบ MyEnergy (MEA) ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดให้เข้าระบบ PPIM (PEA) กรอกข้อมูลสถานที่และอัปโหลดเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อย
3. รอตรวจสอบและประกาศผล
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิคต่าง ๆ
4. ชำระค่าธรรมเนียมและลงนาม
ชำระค่าธรรมเนียมตรวจสอบระบบ (ประมาณ 2,000 บาท)* ผ่านแอปพลิเคชันหรือเคาน์เตอร์ และดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
*หมายเหตุ สำหรับระดับแรงดัน 230/400 โวลต์ (V) หรือระดับ 12/24 กิโลโวลต์ (kV) มีค่าตรวจสอบ/ทดสอบการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าอยู่ที่ 2,000 บาท
5. ตรวจสอบหน้างาน
เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้าตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบอินเวอร์เตอร์และสายดินที่บ้านเพื่อความปลอดภัย
6. เปลี่ยนมิเตอร์และเริ่ม COD
การไฟฟ้าดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์หน้าบ้านเป็นแบบดิจิทัลอ่านค่า 2 ทาง (Smart Meter) และเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ
บริการรับติดโซลาร์เซลล์บ้านแบบครบวงจรจาก MEAei
การเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งลดค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เรื่องที่จบลงแค่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แต่คือการต้องดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับทางวิศวกรรม เอกสารสิทธิ์ที่ซับซ้อน และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดของการไฟฟ้านครหลวง อย่างไรก็ตาม อย่าปล่อยให้ความยุ่งยากของเอกสารมาสกัดกั้นโอกาสประหยัดค่าไฟของครอบครัวคุณ MEAei พร้อมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการบริหารจัดการพลังงานประจำบ้าน เพื่อช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟในระยะยาว
เราให้บริการรับติดโซลาร์เซลล์บ้านแบบครบวงจรที่คิดเผื่อคุณตั้งแต่วันแรก เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเพื่อหาขนาดกำลังการติดตั้งที่คืนทุนไวที่สุด ไปจนถึงการรับจบภาระวุ่นวายในการติดต่อประสานงาน ดำเนินการขออนุญาตขนานไฟ และยื่นเรื่องขายไฟคืนกับ MEA ให้แบบเบ็ดเสร็จ สนใจติดต่อได้ที่โทร. 06-3247-6499, 02-2563489 หรือ Add line: OA @meaei และสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อขอคำปรึกษาฟรี
ข้อมูลอ้างอิง
- My Energy การไฟฟ้านครหลวง. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จาก https://myenergy.mea.or.th/
- MEA แนะ 6 ขั้นตอน ยื่นขอขายไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชน ปี 69 ผ่าน MyEnergy. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จาก https://mgronline.com/business/detail/9690000064506
- โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย (ยื่นคำขอฯ ตั้งแต่ปี 2569). สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จาก https://ppim.pea.co.th/app/v1/project/solar/detail/6a3df059ee9f0e286c0a1766
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายไฟคืนการไฟฟ้าฯ (FAQs)
Q: ติดโซลาร์รูฟแล้วขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไหม ?
A: ทำได้ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าต้องอยู่ในกลุ่มประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภทที่ 1) และดำเนินการยื่นสมัครเข้าร่วม “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” เพื่อขออนุญาตนำกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากหลังคาบ้าน ส่งขนานเข้าระบบสายส่งของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าไฟ
Q: ขายไฟฟ้าคืนการไฟฟ้าคืออะไร และเหมาะกับคนติดโซลาร์เซลล์แบบไหน ?
A: คือการนำพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินจากการใช้งานภายในบ้าน ส่งกลับเข้าสายส่งเพื่อขายคืนให้รัฐในรูปแบบของการหักลบกลบหนี้กับบิลค่าไฟ (Net Billing) โครงการนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยในช่วงกลางวัน (จันทร์-ศุกร์) หรือบ้านที่ติดตั้งระบบขนาดใหญ่แต่มีการใช้ไฟพื้นฐาน (Base Load) ต่ำ ทำให้มีกระแสไฟฟ้าเหลือทิ้งในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก
Q: ขายไฟให้การไฟฟ้าได้กี่บาท อัปเดตอัตรารับซื้อไฟฟ้าปี 2569 อยู่ที่เท่าไร ?
A: อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปี 2569 อัตรารับซื้อไฟฟ้าในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย ถูกกำหนดไว้ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) โดยมีระยะเวลาการทำสัญญารับซื้อต่อเนื่องยาวนาน 10 ปี
Q: ขอขายไฟคืนการไฟฟ้าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?
A: การยื่นเรื่องขอขายไฟจำเป็นต้องใช้เอกสารสิทธิ์และเอกสารทางวิศวกรรมประกอบการพิจารณา ได้แก่ สำเนาโฉนดที่ดิน, สำเนาทะเบียนบ้าน, บิลค่าไฟฟ้าย้อนหลัง, สำเนาบัตรประชาชน, เอกสารระบุคุณสมบัติ (Datasheet) ของแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ รวมไปถึงแผนผังระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram) ที่ต้องได้รับการลงนามรับรองความปลอดภัยจากวิศวกรที่มีใบอนุญาต (ใบ กว.) อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้กับการไฟฟ้าฯ อีกครั้ง เพื่อความถูกต้องและครบถ้วน
Q: ต้องเสียภาษีจากยอดเงินที่ขายไฟฟ้าคืนได้หรือไม่ ?
A: ไม่ต้องเสียภาษี กรมสรรพากรได้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ที่เกิดจากการขายกระแสไฟฟ้าตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชนสำหรับที่อยู่อาศัย
Q: สามารถขายไฟฟ้าเกินกว่าจำนวนที่ซื้อจากการไฟฟ้าฯ ในเดือนนั้นได้หรือไม่ ?
A: สามารถผลิตและขายได้ แต่การไฟฟ้าฯ จะไม่จ่ายเงินสดคืนให้ โดยระบบจะเก็บสะสมยอดเครดิตส่วนเกินนั้นไว้ใช้หักลบกับบิลค่าไฟในเดือนต่อ ๆ ไปตลอดอายุสัญญา
Q: หากย้ายหรือขายบ้าน สัญญาขายไฟจะสิ้นสุดลงทันทีหรือไม่ ?
A: สัญญาไม่ได้สิ้นสุดลง เจ้าของบ้านคนใหม่สามารถนำเอกสารหลักฐานไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ทำสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าฯ ในพื้นที่ เพื่อรับสิทธิหักลบค่าไฟต่อเนื่องจนกว่าจะครบ 10 ปีตามสัญญาเดิม
Q: การขายไฟคืนสามารถยื่นพร้อมกับการขอสิทธิลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?
A: สามารถทำได้ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอขายไฟฟ้าคืน ควบคู่ไปกับการขอรับสิทธิลดหย่อนภาษีผ่านระบบ MyEnergy ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้เลย ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการประสานงานและประหยัดเวลาในการเตรียมเอกสารในการดำเนินการ

